วันนี้ Neko Nail by Warunee รวบรวมวิธีดูแลเล็บง่าย ๆ หลังทำสีเจล เพื่อช่วยให้งานเล็บสวยได้นานขึ้น และลดพฤติกรรมที่อาจทำให้สีเจลยกหรือลอกก่อนเวลา

1. ระวัง “ปลายเล็บ” เป็นพิเศษ

เวลาทาสีเจล ช่างไม่ได้ทาเฉพาะบริเวณหน้าเล็บเท่านั้น แต่จะมีการทาสีและเคลือบบริเวณ ขอบปลายเล็บ (Free Edge) ด้วย ซึ่งในงานทำเล็บมักเรียกว่า “เก็บปลาย” หรือ “คุมปลายเล็บ”

การคุมปลายช่วยปิดขอบของชั้นสีเจลเอาไว้ ดังนั้นบริเวณปลายเล็บจึงเป็นหนึ่งในจุดที่ควรดูแลเป็นพิเศษหลังทำเล็บ

ทำไมปลายเล็บถึงสำคัญ?
หากปลายเล็บถูกกระแทกจนบิ่นหรือแตก หรือมีการตัดและตะไบปลายเล็บหลังทำสี ขอบของชั้นสีที่ช่างเคลือบไว้อาจเสียหาย เมื่อขอบเริ่มเปิด สีเจลก็มีโอกาสเริ่มยกหรือลอกจากบริเวณปลายเล็บ และค่อย ๆ ลามเข้ามาด้านในได้

เพราะฉะนั้น หลังทำเล็บเจลแล้วควรหลีกเลี่ยงการตัดหรือตะไบปลายเล็บเองโดยไม่จำเป็น และพยายามป้องกันไม่ให้ปลายเล็บได้รับแรงกระแทกบ่อย ๆ

2. อย่าใช้เล็บแทนเครื่องมือ

พฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งานเล็บเสียหายเร็วกว่าที่ควร เช่น ใช้เล็บเปิดฝากระป๋อง แกะสติ๊กเกอร์ งัดหรือแงะสิ่งของ หรือใช้ปลายเล็บกดของแข็ง

พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ปลายเล็บรับแรงโดยตรง หากเกิดการบิ่นหรือแตก ก็อาจกระทบกับบริเวณที่ช่างคุมปลายไว้และทำให้สีเจลเริ่มยกได้ หากต้องเปิดหรือแกะสิ่งของ แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมแทนการใช้เล็บ

3. ใส่ถุงมือเมื่อต้องทำงานบ้านหรือสัมผัสน้ำยาทำความสะอาด

หากต้องล้างจาน ทำความสะอาดบ้าน หรือสัมผัสน้ำและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเป็นเวลานาน แนะนำให้สวมถุงมือ นอกจากช่วยดูแลงานเล็บแล้ว ยังช่วยลดการสัมผัสสารทำความสะอาดโดยตรงและช่วยปกป้องผิวบริเวณมือและรอบเล็บด้วย

4. บำรุงผิวรอบเล็บและจมูกเล็บ

สามารถใช้ Cuticle Oil หรือครีมบำรุงมือเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณรอบเล็บ โดยเฉพาะคนที่ล้างมือบ่อย ทำงานในห้องปรับอากาศ หรือมีผิวแห้งง่าย

5. สีเจลเริ่มยกแล้ว อย่าแกะออกเอง

เมื่อสีเจลเริ่มยกหรือลอก หลายคนอาจรู้สึกรำคาญและเริ่มแกะสีออกด้วยมือ แต่การดึงหรือแกะสีเจลออกอาจดึงชั้นผิวของเล็บธรรมชาติติดออกมาด้วย ทำให้เล็บบาง เปราะ หรือเสียหายได้

หากพบว่าสีเจลเริ่มยก อย่าดึง อย่าแกะ และอย่าลอกออกเอง ควรให้ช่างตรวจดูว่าควรซ่อม ถอด หรือเปลี่ยนสีใหม่อย่างไรจึงจะเหมาะสมกว่า

6. เลือกความยาวเล็บให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน

หากเป็นคนที่ต้องพิมพ์คอมพิวเตอร์บ่อย ทำงานบ้าน ยกของ เล่นกีฬา หรือใช้มือหยิบจับสิ่งของตลอดวัน การเลือกความยาวที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตจะช่วยลดโอกาสที่ปลายเล็บจะกระแทก บิ่น หรือฉีกได้

7. เมื่อเล็บยาวออกมา ควรสังเกตสภาพงานเล็บ

หลังจากทำเล็บไปสักระยะ เล็บธรรมชาติจะค่อย ๆ ยาวขึ้น ทำให้เกิดระยะบริเวณโคนเล็บมากขึ้น หากพบว่ามีส่วนใดเริ่มยก แตก บิ่น หรือเกี่ยวเสื้อผ้า ไม่ควรแกะหรือดึงออกด้วยตัวเอง สามารถให้ช่างช่วยประเมินว่าควรถอด เปลี่ยนสี หรือดูแลส่วนที่มีปัญหาอย่างไร

8. หากเล็บหรือผิวรอบเล็บผิดปกติ ควรพักและหาสาเหตุ

หากพบความผิดปกติ เช่น เจ็บ บวม แดง คัน หรือสีของเล็บเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ ควรหยุดทำเล็บบริเวณดังกล่าวชั่วคราวและหาสาเหตุ หากอาการมากหรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม

“อย่าลืมดูแลปลายเล็บ” เพราะเป็นจุดที่ช่างคุมปลายสีเจลเอาไว้

ดูแลเล็บให้สวย เริ่มตั้งแต่การเลือกงานที่เหมาะกับเรา

การเลือกรูปทรง ความยาว สี และประเภทของงานเล็บให้เหมาะกับการใช้ชีวิตตั้งแต่แรก มีส่วนช่วยให้งานเล็บดูแลได้ง่ายและใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น